เทคนิคการปลูกมะม่วง
การปลูก
1. การเตรียมดิน
1.1 ในที่ลุ่มน้ำท่วมถึง
เช่น ที่ราบริมฝั่งแม่น้ำต่างๆ ต้องยกร่องเสียก่อน
เช่นเดียวกับการปลูกไม้ผลอย่างอื่นเพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึงโคนต้นได้
ขนาดของร่องกว้างอย่างน้อย 6 เมตร ร่องน้ำกว้างอย่างน้อย 1.5 เมตร สวนความยาวของร่องนั้นแล้วขนาดของพื้นที่หลังร่องยิ่งยกไดสูงมากยิ่งดี รากจะได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ เมื่อ
ขุดยกร่องเสร็จแล้ว ให้ปรับปรุงดินให้ร่วนซุย
โดยการขุดตากดินใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก
หรือถ้าดินเหนียวมากให้โรยปูนขาวเสียก่อนจึงลงมือขุด
ปูนขาวจะช่วยแก้ความเป็นกรดของดิน และทำให้ดินไม่จับตัวกันแน่น
เนื่องจากมะม่วงไมชอบดินที่จับตัวกันแน่นการปรับปรุงดินให้ร่วนซุยจึงเป็น
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งของการปลูกแบบยกร่องเพราะดินตามที่ราบลุ่มมักจะเป็นดิน
เหนียวจัด หลังการขุดยกร่องใหม่ หลังยกร่องเสร็จให้ขุดหลุมปลูก
และราดดินบริเวณหลุมให้ชุ่มด้วย สารปรับสภาพดิน “ไดนาไมท์” ผสมน้ำอัตรา 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร จากนั้นตากดินที่ขุดขึ้นมาจนแห้งสนิท จึงใช้จอบย่อยให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วผสมกับวัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว (สูตรเข้มข้นพิเศษ) ใส่อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อหลุม จึงลงมือปลูกมะม่วง ซึ่ง
จะได้ผลดีกว่า ต้นมะม่วงจะตั้งตัวเร็วและโตเร็วกว่า
ส่วนในที่ที่เป็นร่องสวนเก่ามีคันคูและเคยปลูกพืชอย่างอื่นจนดินรวนซุยอยู่
แลว อาจต้องปรับปรุงดินอีกเพียงเล็กน้อยก็ลงมือปลูกได้เลย
1.2 ในที่ดอนน้ำท่วมไม่
ถึง ที่ป่า หรือที่ที่เคยเป็นไร่เก่า ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม
การเตรียมที่ปลูก ถ้ามีไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ ให้โค่นถางออกให้หมด
เหลือไว้ตามริมๆ ไร่เพื่อใช้เป็นไม้กันลม
แต่ถ้าบริเวณนั้นมีลมแรงอยู่เป็นประจำก็ไม่ควรโค่นไม่ใหญ่ออกจนหมด
ให้เหลือไว้เป็นระยะๆ จะใช้กันลมได้ดี
เมื่อปรับที่เรียบร้อยแล้วให้ปรับปรุงดิน โดยไถพรวนพลิกดินสัก 1-2 ครั้ง
หรือจะกำจัดวัชพืช
แล้วลงมือขุดหลุมปลูกเลยก็ไดถ้าดินที่ปลูกนั้นอุดมสมบูรณด้วยอินทรียวัตถุ
อยู่แลว ก็ไม่จำเป็นต้องปรับปรุงดินอีก ส่วนที่เป็นทรายจัดมีอินทรียวัตถุน้อย ให้ปรับปรุงดินให้ดีเสียก่อนลงมือปลูก โดยการใส่วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว (สูตรเข้มข้นพิเศษ) อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อหลุม เพิ่มเติมลงในดิน จะทำให้ต้นมะม่วงตั้งตัวเร็ว เจริญเติบโตได้ดีขึ้นมาก
นอกจากนี้ การปรับปรุงดินอาจใช้ปุ๋ยพืชสดก็ได วิธีทำก็คือ ปลูกพืชพวกตระกูลถั่วต่าง ๆ หรือ ปอเทือง แล้ว
ไถกลบลงในดินให้ผุพัง เป็นประโยชน์ต่อดิน การปรับปรุงดินด้วยวิธีต่าง ๆ
ดังกล่าวจะช่วยให้ดินร่วนซุย การระบายน้ำ และอากาศของดินดี
ทำให้ดินอุ้มน้ำดี เหมาะต่อการเจริญเติบโตของต้นมะม่วง ส่วนการปลูกจำนวนเล็กน้อยตามบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย มีข้อที่ควรคำนึงอยู่ สองประการคือ
(1) ความลึกของระดับน้ำใน
ดิน และความแน่นทึบของดิน ที่บางแห่งระดับน้ำในดินตื้น
เมื่อขุดลงไปเพียงเล็กน้อย น้ำก็จะซึมเข้ามา
เวลาจะปลูกมะม่วงควรยกระดับดินให้สูงขึ้น
เพราะระดับน้ำจะเป็นตัวคอยบังคับการเจริญเติบโตของราก
เมื่อรากเจริญไปถึงระดับน้ำแล้ว จะไม่สามารถเติบโตลึกลงไปได้อีก
แต่จะแผ่ขยายออกด้านข้าง ทำให้รากของมะม่วงอยู่ตื้น
ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร เป็นผลให้ต้นมะม่วงโตช้าแคระแกร็นและโค่นล้มง่าย
(2) ความแน่นทึบของดินนั้น
ตามปกติ เวลาถมที่เพื่อปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือน
ก็มักจะถมให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ดินทรุดในภายหลัง
ดินที่แน่นทึบนี้ไม่เหมาะต่อการปลูกมะม่วง หรือไม้ยืนต้นต่าง ๆ เลย
เพราะรากไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่
การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศของดินไม่ดี ทำให้ต้นมะม่วงโตช้าและแคระแกร็น
การแกไขทำได้โดย ขุดหลุมปลูกให้กว้าง ๆ และลึก ราดดินให้ชุ่มด้วย
สารปรับสภาพดิน “ไดนาไมท์” ผสมน้ำอัตรา 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หลังจากนั้นตากดินที่ขุดขึ้นมาจนแห้งสนิท ย่อยให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วผสมกับวัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว (สูตรเข้มข้นพิเศษ) ใส่อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อหลุม เสร็จแล้วจึงกลบดินลงหลุม รดน้ำให้ยุบตัวดีเสียก่อนจึงลงมือปลูก
0 comments:
Post a Comment