โรคแอนแทรคโนส
เกษตรกรชาวสวนมะม่วงระวังโรคแอนแทรคโนสในระยะติดผล สำหรับลักษณะอาการบนผลจะเป็นจุดสีดำ รูปร่างกลม หรือรูขนาดเล็กเท่าหัวเข็มหมุดจนถึงขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 2 - 4 เซนติเมตร บริเวณแผลจะพบรอยแตกและมี
เม็ดเล็ก ๆ สีดำเรียงรายเป็นวงภายในแผล เมื่อมะม่วงเริ่มแก่ในระหว่างการบ่มหรือขนส่ง จุดแผลเหล่านี้จะขยายใหญ่ ขึ้นและลุกลามออกไป ทำให้ผลเน่าทั้งผล เชื้อราโรคแอนแทรคโนสสามารถอยู่ในผลได้โดยไม่แสดงอาการใด ๆ หากเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม เช่น ผลสุกหรือความชื้นสูงก็จะแสดงอาการได้ ซึ่งจะทำความเสียหายทั้งปริมาณและ คุณภาพของผลผลิตมะม่วงเป็นอย่างมาก
มะม่วงที่เป็นโรคแอนแทรคโนส
การป้องกันกำจัดดังนี้
1. ใช้เชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส อัตรา 30 - 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบฉีดพ่น
2. ใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ขยำให้เข้ากันเพื่อเอาสปอร์ออกจากเมล็ดข้าวฟ่าง
กรองเอาแต่น้ำและผสมสารจับใบแล้วฉีดพ่นทันที
3. ระยะติดผลสารเคมีที่แนะนำ คือ
- คาร์เบนดาซิม 50 % ดับบลิวพี อัตรา 15 - 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
- แมนโคเซบ 80 % ดับบลิวพี อัตรา 40 - 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
ฉีดสลับกันทุก ๆ 14 วัน
4 . ระยะเก็บเกี่ยวควรจุ่มผลมะม่วงในสารละลายไธอาเบนดาโซน อัตรา 20 - 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
ที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 5 - 10 นาทีแล้วผึ่งให้แห้งเพื่อกำจัดเชื้อที่แฝงอยู่
5 . หลังเก็บเกี่ยวแล้วควรตัดแต่งกิ่ง เก็บกิ่ง ใบ ที่เป็นโรคเผาทำลายเสีย
0 comments:
Post a Comment